ธนาคารอิสลามมาเลย์เตรียมขยายสาขาเพิ่ม #WhiteSocial #WhiteChannel #WhiteFlix #WhiteChannel | เบอร์ ธนาคาร อิสลาม

ธนาคารอิสลามมาเลย์เตรียมขยายสาขาเพิ่ม #WhiteSocial #WhiteChannel #WhiteFlix #WhiteChannel


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ดูฟรี! การ์ตูนเด็กมุสลิม ละคร ภาพยนตร์ อัซการยามเช้าและเย็น นาชีด หนังสั้น สารคดี ซีรีย์ดูสนุก รายการทีวี และรายการพิเศษ ถามตอบปัญหาศาสนา กุรอานแปลเสียงไทย ฯลฯ….รวมแล้วมากกว่า 15,000 คลิป!
คลิกเลย https://www.whiteflix.tv
WhiteFlix ฟรี! แอพเดียวจบ ครบเนื้อหาหลากหลายรสชาติ … WhiteFlix WhiteChannel WhiteSocial
__
คลิกโหลดด้านล่าง แล้วดูฟรีอย่างเต็มอิ่ม…
__
แอพแอนดรอยด์
https://bit.ly/Wfandroid
___
แอพ iPhone iPad
https://apple.co/3bOirSF
___
ดูผ่านเว็บ
https://www.whiteflix.tv
ธนาคารอิสลามมาเลเซียจำกัด ตั้งเป้าหมายขยายสาขาเป็น 150สาขา ทั่วประเทศ ภายในปี 2015 นี้
นายชุกรี่ ดามัด กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามมาเลเซียจำกัด กล่าวว่า ธนาคารมีแผนจะขยายสาขาทั่วประเทศเป็น 150 สาขาจากตอนนี้ที่มีแล้ว 130 สาขา ซึ่งจะดำเนินการเปิด 5 สาขาใหม่ภายในสิ้นปี 2012 นี้ โดยการเปิดตัวในแต่ละสาขาใหม่ จะมีค่าใช้จ่าย 1,000,000 ริงกิตมาเลเซีย และมั่นใจว่าจะได้ผลตอบแทนของเงินลงทุนในระยะเวลา 18 เดือน นับจากวันที่ได้เข้ามาดำเนินงาน
นายชุกรี่ กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในพิธีเปิดบ้านอีดิ้ลฟิตรี่ ในจังหวัดหนึ่งทางตะวันออกของประเทศเมื่อวานนี้ว่า ธนาคารอิสลามจะบริหารให้กองทุน 1,000 กองทุน กระจายไปยังมัสยิดที่ได้รับการคัดเลือกทั่วประเทศ เป็นการซอดาเกาะฮฺแก่มัสยิดเพื่อใช้ในกิจการศาสนา กองทุนจะถูกกระจายไปยังทุกมัสยิดที่ได้รับการรับรองโดยธนาคารอิสลาม โดยมีมูลค่าประมาณ 150 ริงกิตมาเลเซีย/กองทุน
นายชุกรี่ยังกล่าวอีกว่า การกระจายตัวของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นขั้นตอนแรงสำหรับปีนี้และขั้นตอนต่อไปจะทำในปี 20142015 กองทุนนี้จะเริ่มทำขึ้นในรัฐกะลันตัน โดยในขณะนี้ได้เริ่มไปแล้ว 200 กองทุน
ในพิธีเปิดบ้านอีดิ้ลฟิตรีดังกล่าว ธนาคารอิสลามยังให้เงินซะกาตฺเป็นจำนวน 500,000 ริงกิตมาเลเซีย แก่กรรมการประจำจังหวัด และวัฒนธรรมมลายูกะลันตัน และอีก10,000 ริงกิตมาเลเซีย แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาลากะลันตัน

ธนาคารอิสลามมาเลย์เตรียมขยายสาขาเพิ่ม #WhiteSocial #WhiteChannel #WhiteFlix #WhiteChannel

คู่ซี้ขี้สงสัย EP.9 ธนาคารอิสลามไม่สามารถให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าธุรกิจประเภทใดบ้าง?


คู่ซี้ขี้สงสัย EP.9 ธนาคารอิสลามไม่สามารถให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าธุรกิจประเภทใดบ้าง?
มาร่วมฟังคำตอบพร้อมกันในคลิปนี้
คู่ซี้ขี้สงสัย​ ไอแบงก์ใครๆก็ใช้ได้​

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Inbox : m.me/ibank.th
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1302
ibank​ ไอแบงก์ใครๆก็ใช้ได้

คู่ซี้ขี้สงสัย EP.9 ธนาคารอิสลามไม่สามารถให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าธุรกิจประเภทใดบ้าง?

ยกเลิกธนาคารอิสลาม


ธนาคารอิสลามได้ชื่อว่าเป็นธนาคารที่มีประวัติการดำเนินงานที่แย่มาก ทุก 35 ปี รัฐบาลจะต้องนำเงินของประชาชนไปเติมให้ตลอด พอเพิ่มทุนแต่ละครั้งก็จะนำส่วนที่เป็นหนี้เสียเอาไปเก็บไว้อีกห้องหนึ่ง ทำทีเป็นลืม จากนั้นรัฐบาลก็ประกาศโกหกกับประชาชนว่ามั่นใจในแผนงานจะได้กำไรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มตั้งธนาคารฯ จะร่วม 20 ปีแล้ว ยอดขาดทุนรวมถึงปัจจุบันประมาณ 120,000 ล้านบาท ปัญหาคือเงินนี้เป็นเงินของประชาชนทั้งประเทศนะคะ ไม่ใช่ของนักการเมืองหรือรัฐบาลใดๆ
ทำไมต้องยกเลิกพรบ ธนาคารอิสลาม และยุบธนาคารอิสลาม
1. เพราะธนาคารอิสลามตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมืองเท่านั่น การใช้ศาสนาอิสลามเป็นเพียงข้ออ้างในการนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้ฟรีๆ เพราะเงินก็สูญไปเรื่อยแต่ขาดคนรับผิดชอบ
2. ธนาคารนี้ไม่ได้มีส่วนในการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับสร้างภาระอันหนักอึ้งให้ประชาชนต้องมาแบกรับความฉ้อฉลของนักการเมือง
3. เป็นธนาคารที่ตั้งขึ้นมาตามหลักศาสนาที่ผิดกฏหมายรัฐธรรมนูญ
มาดูประวัติพรบ ธนาคารอิสลามและธนาคารอิสลามกันก่อนค่ะ (รวบรวมล่าสุด วันที่ 7 มีนาคม 2564)
IBANK มีสถานะเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ดำเนินการตามหลักศาสนาอิสลาม เหตุผลมุสลิมไม่ต้องการเงินที่เกิดจากดอกเบี้ย รัฐบาลจึงจัดสรรเงินทุนจากงบประมาณแผ่นดินตั้งให้
25 ตุลาคม พ.ศ. 2545 พ.ร.บ.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผ่านสภาฯ ด้วยทุนเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดิน สมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คุณทักษิณ ชินวัตร
9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ธนาคารได้เพิ่มทุนจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 31,230 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ถือหุ้นหลัก รวม 98.183% ทำให้ธนาคารกลายเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง โดยอัตโนมัต สมัยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ สังเกตุให้ดีนะคะ ธนาคารออมสินและกรุงไทยล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจ เท่ากับประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของทุกธนาคาร
ปี 2551 ธนาคารมีสินเชื่อ 1.6 หมื่นล้านบาท และปี 2552 เพิ่มสินเชื่อเป็น 5.3 หมื่นล้านบาท หนี้เสียของไอแบงก์มีจำนวน 4 5 หมื่นล้านบาท เกิดขึ้นในช่วงนี้ ช่วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สาเหตุที่มาของหนี้เสียไม่ต่างจากปัญหาของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือแบงก์บีบีซี เมื่อ 20 กว่าปีก่อน คือปล่อยกู้ให้กิจการโครงการที่ใช้การเมืองเป็นใบเบิกทางเข้ามา โดยไม่สนใจว่าจะได้รับการชำระหนี้คืนหรือไม่ และส่วนใหญ่หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน ถูกตีมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริง ต่างกันตรงที่ว่าธนาคารกรุงเทพพานิชยการ สามารถนำตัวคนผิดมารับโทษ แต่ ธนาคารอิสลามกลับหาคนผิดไม่ได้
พ.ศ. 2553 ธนาคารอิสลามได้เงินเพิ่มทุนซึ่งเป็นงบจากโครงการไทยเข้มแข็งจำนวนอีก 6 พันล้านบาท สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เพิ่มทุนในปี 2553 ต่อมาในปี 2554 ก็มีผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงอีก ! โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เนื่องจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น เตรียมจะเทหนี้สูญอีก

ในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 คุณภาพสินทรัพย์ได้ปรับตัวอ่อนแอลง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2554 เกิดจากการขยายสินเชื่อในระดับที่สูงมาก รวมทั้งเกณฑ์การพิจาณาอนุมัติสินเชื่อที่อ่อนแอ แถมธนาคารยังมีฐานเงินฝากที่อ่อนแอ และมีการกระจุกตัวมีผลการดำเนินงานและคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอ

เพิ่มทุน 2556 ดังนี้ เงินเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาท มาจากกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น 49% ประมาณ 3,000 ล้านบาท ธนาคารออมสินในฐานะผู้ถือหุ้น 39% ประมาณ 2,000 ล้านบาท และจากธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้ถือหุ้น 9% อีกประมาณ 500 ล้านบาท สมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ปี 2561 เงินเพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านบาท มาจากงบประมาณแผ่นดิน 2,000 ล้านบาท ที่เหลือจะเบิกจากกองทุนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจอีก 1.6 หมื่นล้านบาท( ดูหมายเหตุ 1) สมัยรัฐบาลรัฐประหาร พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วนหนี้เสียของไอแบงก์จำนวน 48,000 ล้านบาท ก็ถูกโอนไปให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลาม หรือ IAM เป็นผู้บริหารติดตามไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ต่อไป ส่วนตัวไอแบงก์ซึ่งเอาของเสียออกไปจากตัวแล้ว ทางกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 49% ก็ได้อัดฉีดเงินเพิ่มทุนเข้าไปอีก 18,000 ล้านบาท( หมายเหตุ2)
ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นที่สัดส่วน 99.59% และไอแบงก์มีเครือข่ายรวม 102 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ขาดทุนมาตลอดยังเดินหน้าขยายสาขา เพราะเงินที่สูญหายไปไม่มีใครรับผิดชอบยังไงล่ะ!
หมายเหตุ 1. กองทุนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ มีหน้าที่เรียกเก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน (ธ.ออมสิน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
สิ่งที่น่าสังเกตุก็คือ ธนาคารทั้งสามต่างส่งเงินเข้ากองทุน แต่มีธนาคารอิสลามไม่เคยส่งเงินเข้ากองทุนเลยแม้แต่แดงเดียว แต่หยิบเงิน 16,000 ล้านบาทออกมาจากกองทุน
2. บริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลาม หรือ IAM รับโอนหนี้ด้อยคุณภาพ ในส่วนลูกค้าที่ไม่ใช่มุสลิม มูลค่าจำนวน 48,000 ล้านบาท
ใน 48,000 ล้านะบาท รายใหญ่ที่มีหนี้เกิน 20 ล้านบาท มีเพียงไม่เกิน 200 ราย และมีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท มีจำนวนรายมากกว่า 28,000 ราย
หนี้เสียของธนาคารอิสลาม48,000 ล้านบาทนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะเศรษฐกิจ หรือความบกพร่องในการบริหารงาน หากแต่เป็นเจตนาทุจริตคดโกง เพราะห้วงเวลาที่มีการปล่อยสินเชื่อออกไปนั้นอยู่ในยามที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ จึงเป็นที่มาของการยกร่างกฏหมายเพื่อยกเลิกพรบ ธนาคาร เพื่อปลดภาระจากประชาชนและส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการเงินแก่ประเทศชาติ

ยกเลิกธนาคารอิสลาม

\”ความแตกต่างระหว่างธนาคารดอกเบี้ยกับธนาคารอิสลาม\”


\

วิธีโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารอิสลาม


วิธีโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารอิสลาม
เว็บไซต์ธนาคารอิสลาม
http://www.ibank.co.th/2010/th/main/

วิธีโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารอิสลาม

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MOVIE

Leave a Comment